Logo

เมื่อรู้จักประเภทแล้ว ทีนี้จะเลือกยังไงให้เหมาะกับเรา? ใช้ 4 กฎนี้เป็นตัวกรองครับ:

กฎที่ 1: บุคลิกแบรนด์ต้องมาก่อน (Brand Personality First)

ก่อนเลือกฟอนต์ ให้เขียน Adjective (คำคุณศัพท์) ที่บ่งบอกความเป็นแบรนด์ของคุณออกมาก่อน 3-5 คำ เช่น “ทันสมัย / รวดเร็ว / เป็นมิตร”

จากนั้นไปดูว่าฟอนต์กลุ่มไหนที่สื่อความหมายเหล่านั้นได้ดีที่สุด ถ้าคุณเป็นแอปฯ ส่งของที่เน้นความไว การใช้ฟอนต์ Serif แบบโบราณอาจจะไม่ตอบโจทย์ แต่ Sans-Serif ที่ดูโฉบเฉี่ยวจะเหมาะกว่า

กฎที่ 2: “อ่านง่าย” คือพระเจ้า (Readability is King)

อย่าหลงระเริงกับความสวยจนลืมหน้าที่หลักของตัวอักษร คือ “การสื่อสาร”

  • สำหรับเนื้อหา (Body Text): ต้องเลือกฟอนต์ที่อ่านสบายตาที่สุด ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ Sans-Serif หรือ Serif ที่ดีไซน์มาเพื่อการอ่านบนจอโดยเฉพาะ

  • ทดสอบ: ลองพิมพ์เป็นย่อหน้ายาวๆ แล้วถอยออกมาดูว่ายังอ่านรู้เรื่องไหม ถ้าต้องเพ่ง แสดงว่าไม่ใช่แล้ว

กฎที่ 3: อย่าใช้เยอะเกินไป (The Rule of Two)

ข้อผิดพลาดของมือใหม่คือการใช้ฟอนต์ 4-5 แบบในงานเดียว ซึ่งจะทำให้งานดูรกและไม่เป็นมืออาชีพ

สูตรสำเร็จที่แนะนำ: ใช้แค่ 2 ฟอนต์ก็เพียงพอแล้ว

  • ฟอนต์ที่ 1 (Heading): ใช้สำหรับพาดหัว เน้นความโดดเด่น แสดงบุคลิกของแบรนด์ (อาจใช้ Display หรือ Sans-Serif ตัวหนาๆ)

  • ฟอนต์ที่ 2 (Body): ใช้สำหรับเนื้อหา เน้นอ่านง่าย สบายตา (ควรเป็น Sans-Serif หรือ Serif เรียบๆ)

กฎที่ 4: สร้างความแตกต่างด้วยการจับคู่ (Contrast Pairing)

ถ้าคุณเลือกใช้ 2 ฟอนต์ ให้เลือกฟอนต์ที่ “แตกต่างกันอย่างชัดเจน” มาอยู่ด้วยกัน (Contrast) จะทำให้งานดูน่าสนใจขึ้น

  • ตัวอย่างการจับคู่ที่ดี: หัวข้อเป็น Serif (ดูขลัง) + เนื้อหาเป็น Sans-Serif (ดูโมเดิร์น)

  • ตัวอย่างที่ควรเลี่ยง: หัวข้อเป็น Arial + เนื้อหาเป็น Helvetica (สองอันนี้หน้าตาคล้ายกันเกินไป จนดูเหมือนเลือกพลาดมากกว่าตั้งใจ)

iconLeave A Comment